สมการใหม่ของอนาคตของการจ้างงาน

Sutisophan Chuaywongyart, DBA
Sutisophan Chuaywongyart, DBA
Published on: 24 February 2026
สมการใหม่ของอนาคตของการจ้างงาน

ในโลกใหม่ ทักษะด้าน AI เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ!
และ Soft Skills เพียงอย่างเดียวก็ไม่พอเช่นกัน!!

งาน Business Forum ที่จัดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย ต่างเทความสนใจไปให้หัวข้อ AI แน่นอนที่สุดปี 2026 คือช่วงเวลาที่ผู้นำไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน การเมืองยังเปราะบาง เศรษฐกิจยังท้าทาย และ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างงานอย่างรวดเร็ว หลายองค์กรไม่ได้กังวลเพียงเรื่องกำไร แต่กังวลว่าคนของเราจะพร้อมสำหรับอนาคตหรือไม่

นี่จึงทำให้คำว่า Future Employability กลายเป็นประเด็นสำคัญ

อนาคตของการจ้างงานจะอยู่ที่สมการใหม่
AI Skill + Soft Skill = Future Employability

องค์กรต้องพัฒนาความสามารถด้าน AI Literacy ความเข้าใจข้อมูล การใช้เครื่องมืออย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับทักษะมนุษย์ที่เทคโนโลยีแทนไม่ได้ อาทิ Critical Thinking, Communication, Collaboration และ Empathy

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสร่วมเสวนาบนเวที Future Trends Ahead Summit 2026 สิ่งที่ชัดเจนคือ เหล่า Speakerไม่ได้พูดถึงแค่เทรนด์เทคโนโลยี แต่เรากำลังพูดถึงความรับผิดชอบของพวกเราในการออกแบบคนให้พร้อมสำหรับสมการใหม่ของโลก ซึ่งสรุป 4 ลำดับความสำคัญของผู้นำในปีนี้ไว้ดังนี้

  1. การนำด้วย Strategic Foresight ท่ามกลางโลกที่สั่นไหวจากความผันผวนทางการเมือง แรงกดดันทางเศรษฐกิจ และการเร่งตัวของ AI ดิฉันเชื่อว่าความชัดเจนคือพลังของภาวะผู้นำที่สำคัญที่สุด ความชัดเจน ไม่ได้แปลว่าเรามีคำตอบครบทุกข้อ แต่คือความสามารถในการยืนอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยไม่สูญเสียเข็มทิศภายในของตนเอง Strategic Foresight ช่วยเตรียมพร้อมต่อความเป็นไปได้หลายรูปแบบ ช่วยให้ผู้นำมองเห็นสัญญาณอ่อน ๆ ก่อนจะกลายเป็นคลื่นใหญ่ ตั้งคำถามกับสมมติฐานเดิม และออกแบบทางเลือกเชิงกลยุทธ์ล่วงหน้า แม้จะไม่ได้ทำให้เราควบคุมอนาคตได้ แต่ทำให้เราไม่ถูกอนาคตควบคุม
  2. สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็น Operating System ของยุค AI เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนได้รวดเร็ว แต่วัฒนธรรมคือรากฐานที่กำหนดพฤติกรรมและการตัดสินใจ วันนี้วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงไม่เพียงกำหนดพฤติกรรมระหว่างมนุษย์ด้วยกัน แต่กำหนดวิธีทำงานระหว่างมนุษย์กับ AI โดยสามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทีมทำงานร่วมกับ AI เช่นกล้าถามว่า “AI อาจพลาดตรงไหน” และให้รางวัลกับการตัดสินใจที่มีเหตุผล ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ระยะสั้น
  3. ตัดสินใจด้วย Strategic Judgment และ Critical Thinking ในยุคที่ข้อมูลล้นหลาม ปัญญาเชิงกลยุทธ์คือสิ่งที่แยกผู้นำออกจากผู้ตาม เมื่อคำตอบจาก AI มาเร็วและดูแม่นยำ เรามักเผลอยอมรับโดยไม่คิดให้ลึก นี่คือเหตุผลที่ผู้นำต้องรู้จักการใช้ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดเชิงวิพากษ์ AI อาจบอกว่าอะไรมีแนวโน้มดีที่สุด แต่กลยุทธ์และวิจารณญาณจะช่วยตั้งคำถามว่าอะไร “เหมาะสมที่สุด” ในบริบทของเรา ช่วยป้องกัน automation bias หรืออคติที่เชื่อเครื่องมือมากเกินไป
  4. บริหาร Human × AI อย่างทรงพลัง นี่ไม่ใช่การเลือกระหว่างคนหรือ AI แต่คือการออกแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองอย่างมีความหมาย เมื่อ AI เก่งเรื่องความเร็ว การวิเคราะห์รูปแบบ และการประมวลผลมหาศาล แต่มนุษย์ยังคงเหนือกว่าในเรื่องความหมาย จริยธรรม และความรับผิดชอบ ผู้นำยุคใหม่จึงทำหน้าที่เหมือนวาทยกร กำหนดว่าเมื่อใด AI ควรแนะนำ เมื่อใดมนุษย์ควรตัดสิน และเมื่อใดต้องตั้งคำถามกลับไปยังระบบ เพราะท้ายที่สุดแล้วความรับผิดชอบสุดท้ายยังคงอยู่ที่ผู้นำ ไม่ใช่อัลกอริทึม

ดิฉันเชื่อว่า ความท้าทายที่แท้จริงของผู้นำวันนี้ ไม่ใช่เพียงการ Transform องค์กร แต่คือการ Transform คน ให้มีทั้งความสามารถด้าน AI และความแข็งแรงทางอารมณ์

เพราะท้ายที่สุดแล้ว อนาคตขององค์กรจะไม่ถูกกำหนดด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกกำหนดด้วยคุณภาพของคน ที่สามารถใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณและมีหัวใจ

ไฟล์เอกสาร

Back