Wrong Urgency: กับดักความยุ่งเมื่อโลกไม่แน่นอน
เวลาเจอผู้นำองค์กร ดิฉันมักเริ่มต้นด้วยคำถามง่าย ๆ
“ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้างค่ะ?”
ณ เวลานี้ คำตอบส่วนใหญ่เปลี่ยนจาก “ยุ่งมาก” เป็น “ปวดหัวมากกว่าเดิม”
สงคราม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ ซัพพลายเชนที่สั่นไหว ทุกอย่างดูเร่งด่วนไปหมด ทุกการตัดสินใจมีความเสี่ยง และทุกวันเหมือนต้องวิ่งแข่งกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
ในบริบทแบบนี้ กับดักที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมคือ Wrong Urgency ไม่ใช่แค่ยุ่ง! แต่ยุ่งผิดเรื่อง!!!
องค์กรจำนวนมากกำลังตอบสนองต่อความไม่แน่นอนด้วยการเร่งทุกอย่าง ประชุมมากขึ้น เช็กข้อมูลถี่ขึ้น ตัดสินใจเร็วขึ้น
แต่ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้น (Paradox) คือ ยิ่งเร่งทุกอย่าง ยิ่งสูญเสียความชัดเจน ยิ่งพยายามควบคุม ยิ่งรู้สึกควบคุมไม่ได้
สุดท้ายพลังงานของทั้งองค์กรถูกใช้ไปกับการวิ่งตามสถานการณ์
สิ่งที่ทำให้ Wrong Urgency อันตราย ไม่ใช่แค่เรื่องของเวลา แต่คือ พลังงานทางความคิดของเรา เพราะทุกครั้งที่เราต้องสลับจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่ง สมองจะใช้พลังงานมากกว่าปกติ การทำงานแบบกระจัดกระจายทำให้เรารู้สึกเหนื่อยเร็ว และสุดท้ายก็ไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับการคิดเชิงลึก ดังนั้นงานที่ต้องใช้การคิดเชิงกลยุทธ์ การสร้างสรรค์ หรือการแก้ปัญหาเชิงลึก
ที่น่าสนใจคือ Wrong Urgency มักเกิดขึ้นในองค์กรที่มีคนเก่งและตั้งใจทำงาน เราเห็นภาพทุกคนตอบเร็ว อยากช่วยเหลือ อยากทำให้ทันแต่เมื่อทุกอย่างกลายเป็นด่วนไปหมด ความด่วนก็ทำให้สูญเสียโฟกัสกับสิ่งที่มีความหมายจริง ๆ
ในภาวะไม่แน่นอน สิ่งที่องค์กรต้องการนอกจากความเร็ว คือ True Urgency มันไม่ได้หมายถึงการเร่งทุกอย่าง แต่คือการเร่งสิ่งที่สำคัญจริง ชัดเจนว่าอะไรคือเรื่องที่ต้องทำตอนนี้ อะไรคือเรื่องที่รอได้ และอะไรคือเรื่องที่ไม่ควรทำเลย
ผู้นำที่นำองค์กรผ่าน uncertainty ได้ อาจไม่ได้ตอบทุกเรื่องเร็วที่สุด แต่ตอบเรื่องที่ใช่อย่างมีคุณภาพ ลองหยุดถามตัวเอง 3 คำถามนี้
- วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของเราคืออะไร
ปัญหาที่ต้องจัดการ หรือ คุณค่าที่อยากสร้าง - เรากำลังตอบสนอง หรือกำลังสร้างผลลัพธ์
การตอบอีเมลหรือข้อความเร็วอาจทำให้เรารู้สึก productive แต่ไม่ได้แปลว่าเรากำลังขับเคลื่อนงานสำคัญ - สิ่งที่เรายุ่งอยู่ตอนนี้ จะยังสำคัญอยู่ในอีกสามเดือนหรือไม่
ผู้นำจำนวนมากค้นพบว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนในทีมทำงานไม่หนัก แต่คือพลังงานของทั้งทีมกำลังถูกใช้ไปกับ Wrong Urgency
เมื่อองค์กรมี True Urgency การประชุมจะมีเป้าหมายชัด การสื่อสารจะสั้นลง และคนจะมีพลังในการคิดสร้างสรรค์เพื่อให้ผ่านความไม่แน่นอนได้มากขึ้น