AI Won’t Kill Jobs. Outdated Leadership Will
เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ดิฉันและทีมงานได้รับเชิญไปสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการพานักศึกษาออกจากการเรียนรู้ผ่านตำราเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเรียนรู้จากโลกแห่งการทำงานจริง ซึ่งวิชานี้ต้องใช้เวลาทั้งหมด 4 เดือน สำหรับดิฉัน ประสบการณ์ครั้งนี้สะท้อนภาพของการเปลี่ยนแปลงและการทรานส์ฟอร์มองค์กรได้อย่างชัดเจนมาก
รูปแบบการเรียนการสอนถูกออกแบบบนแนวคิดการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ (Adult Learning) เน้นการทำเวิร์คช็อป การมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยน เรียนรู้กระบวนการคิด กรณีศึกษา โครงการจริง และการทำงานร่วมกัน มากกว่าการบรรยายหรือการท่องจำ ห้องเรียนจึงกลายเป็นพื้นที่ของการทดลอง ตั้งคำถาม และเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่พื้นที่ของการรับความรู้ทางเดียว สิ่งที่เห็นชัดคือศักยภาพของนักศึกษาไทย พวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงความคิดเห็น และกล้าคิดนอกกรอบ เมื่อได้รับพื้นที่ที่ปลอดภัย นักศึกษาหลายคนสามารถเชื่อมโยงไอเดีย ทำงานเป็นทีม และกล้านำเสนอความคิดได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญของโลกการทำงานในปัจจุบันและอนาคต
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงการประเมินผลปลายภาค แม้ว่านักศึกษาจะทำได้ดีในรูปแบบการนำเสนอ การทำโครงการ และการทำงานเป็นทีม แต่หลายคนกลับรู้สึกไม่มั่นใจและไม่ปลอดภัยเท่ากับการกลับไปท่องจำเพื่อทำข้อสอบ ระบบที่คุ้นเคยยังให้ความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าการถูกประเมินจากการคิด วิเคราะห์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น แม้ว่าสิ่งหลังจะสะท้อนโลกการทำงานจริงมากกว่า
ภาพนี้ไม่ต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายองค์กรที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง
ผู้นำจำนวนมากพูดถึงนวัตกรรม ความคล่องตัว ความเป็นผู้นำ และการทำงานร่วมกัน สนับสนุนให้คนกล้าแสดงความเห็น กล้าลองสิ่งใหม่ แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการวัดผลยังคงยึดติดกับวิธีแบบเดิม ผลลัพธ์ระยะสั้น และการประเมินรายบุคคล เมื่อเป็นเช่นนี้ คนในองค์กรย่อมเลือกทำในสิ่งที่ปลอดภัยและสอดคล้องกับสิ่งที่ถูกให้รางวัล มากกว่าสิ่งที่องค์กรบอกว่าอยากเห็น
ในยุคที่ AI เข้ามาทำงานพื้นฐานจำนวนมากแทนมนุษย์ Soft Skill จะกลายเป็นสกุลเงินใหม่ (New Currency) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทักษะอย่างการคิดเชิงวิพากษ์ ความเป็นผู้นำ การสื่อสาร ความเห็นอกเห็นใจ การทำงานร่วมกัน ความคิดสร้างสรรค์ และวิจารณญาณเชิงจริยธรรม จะเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง ทักษะเหล่านี้ไม่สามารถสร้างได้จากการท่องจำ แต่ต้องปลูกฝังผ่านการฝึกฝน การสะท้อนคิด และประสบการณ์จริง ตั้งแต่ในโรงเรียนไปจนถึงการทำงาน
และนี่คือช่องว่างสำคัญ เราพูดถึงความสำคัญของ Soft Skill มากขึ้น แต่ระบบการศึกษาและองค์กรจำนวนมากยังไม่ได้ออกแบบมาเพื่อพัฒนา วัดผล และให้คุณค่ากับทักษะเหล่านี้อย่างจริงจัง
ล่าสุด Slingshot Group ได้ทำการสำรวจความพร้อมขององค์กรไทยและพนักงานต่อการเปลี่ยนแปลงในยุค AI และคำตอบที่ได้ชัดเจนคือ เรายังไม่พร้อมทั้งในระดับคนและระดับองค์กร
สิ่งนี้ไม่ใช่สัญญาณเตือนเล็ก ๆ แต่คือไฟสัญญาณสีแดงสำหรับผู้นำทุกคน เพราะในขณะที่ AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานอย่างรวดเร็ว ระบบการพัฒนาคน วัฒนธรรมการเรียนรู้ และวิธีการวัดผลของเรายังคงยึดติดกับอดีต
หากองค์กรยังคงประเมินคนจากสิ่งที่ AI ทำได้ดีกว่า หากเรายังให้รางวัลกับความถูกต้องมากกว่าความกล้าคิด หากเรายังสร้างสภาพแวดล้อมที่คนเลือกความปลอดภัยมากกว่าการเรียนรู้ องค์กรนั้นจะไม่สามารถแข่งขันได้ ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยี แต่เพราะคนไม่ได้ถูกเตรียมให้พร้อม
การเปลี่ยนแปลงจะไม่เกิดจากการส่งคนไปอบรมเพิ่มอีกหนึ่งคอร์ส แต่จะเกิดจากการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้นำ เปลี่ยนวิธีการวัดผล เปลี่ยนบทสนทนาในองค์กร และเปลี่ยนวัฒนธรรมให้การเรียนรู้ การตั้งคำถาม และการทำงานร่วมกันเป็นเรื่องที่ปลอดภัย