ฟังอย่างไรไม่ให้พัง
ผ่านตาข่าววันก่อนนี้ ลูกน้องลาออกเพราะหัวหน้าห้ามพูดว่า “โอเคค่ะ” เพราะหัวหน้าไม่ใช่เพื่อน ต้องบอกว่า “รับทราบค่ะ”
ใครผิดใครถูก หรือกระทั่งว่าข่าวนี้จริงหรือไม่ ผมคงบอกไม่ได้ แต่ทำให้คิดถึงเรื่องฟังที่เคยเขียนไว้
หนึ่งในฟีดแบ็คยอดฮิตของการประเมิน 360 องศาจากลูกน้องคือ หัวหน้า 'ไม่ค่อยฟัง'
'ฟัง' แปลว่าอะไร? หากเราเงียบระหว่างผู้อื่นพูด แปลว่าเรากำลังฟังเขาอยู่เสมอไปหรือเปล่า? พูดน้อยลง เท่ากับ ฟังมากขึ้น จริงหรือเปล่า? หรือเราแค่กำลัง 'พูดในใจ'?
วันนี้ผมขอเล่าถึงแบบต่างๆเวลาเราเป็นผู้ฟัง เผื่อบางท่านที่อยากฝึกเป็น 'นักฟัง' ที่ดี
แบบที่ 1 ฟังแต่หู หัวอยู่ที่(โทรศัพท์)อื่น
พฤติกรรมของเราเวลาฟังแบบนี้คือ ตาจะลอยระหว่างใจคิดถึงเรื่องอื่น ถ้าฝึกบ่อยๆอาจสามารถพยักหน้า หรือหืออือร่วมไปกับผู้พูดได้ แต่ถ้ามีคำถามเกิดขึ้นจะสะดุ้ง "อะไรนะ?" หรือ "ขอคำถามอีกครั้ง" มักเป็นคำตอบที่ได้ยินเสมอๆ
แบบที่ 2 ฟังเพื่อรอพูดมุมมองของตนเอง
พฤติกรรมของเราเวลาฟังแบบนี้คือ หน้าตาจะดูอึดอัดระหว่างอีกฝ่ายกำลังพูด (ต้องทนอีกนานมั้ย) และถ้าผู้พูดหยุดเพื่อหายใจระหว่างบทสนทนาสัก 3 วินาที เราจะรีบฉวย (เฮ้อ...มันพูดเสร็จซะที) ประโยคฮิตของเราคือ "เดี๋ยว" "แต่" และ "ไม่" เพื่อที่จะนำเสนอมุมมองของเรา อ้อ อีกประโยคที่บอกอาการคือ "ถ้าเป็นพี่ พี่จะทำอย่างนี้____"
แบบที่ 3 ฟังเพื่อหาจังหวะปล่อยมุก
อาการนี้โดยส่วนตัวชอบมากเพราะเป็นบ่อย สังเกตพฤติกรรมได้ง่ายคือ มักยิงมุกกระจายหลังคนอื่นพูดจบ หากไม่มีใครเริ่มพูดอะไรจะไม่ค่อยมีเรื่องพูด ชอบสรุปสิ่งที่คนอื่นพูดไปในทางขำขัน เน้นฮาอย่างเดียว หลายครั้งลืมนึกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องที่คนพูดต้องการสื่อสารเลย
แบบที่ 4 ฟังแบบมีวาระส่วนตัวในใจ (hidden agenda)
พฤติกรรมนี้สังเกตยากนิดนึง ฟังแบบนี้คือฟังเพื่อหาโอกาสเชื่อมสิ่งที่ผู้พูดกำลังพูดให้เข้ากับสิ่งที่ตัวเองต้องการ เลือกจับประเด็นเฉพาะที่เป็นประโยชน์กับเรา วิธีสังเกตคือ ในฐานะคนฟังเราจะเลือกสนทนาเฉพาะส่วนของบทสนทนาที่เราสนใจ เช่น พูดมาสิบเรื่อง จะตอบสนองเฉพาะเรื่องที่ 2 เรื่องที่ 7 เป็นต้น
แบบท่ี่ 5 ฟังเพื่อจับประเด็นปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข
ฟังแบบนักวิเคราะห์ ทุกอย่างที่ได้ยินคือปัญหาให้ช่วยแก้ พฤติกรรมขอให้นึกถึงเวลาผู้ชาย(ส่วนใหญ่)สนทนากับแฟน ฝ่ายหญิงจะพร่ำพรรณนาถึงเรื่องปัญหานานาที่มี ฝ่ายชายมักตอบสนองด้วย "แล้วทำไมไม่ทำแบบนี้" หรือ "มีทางเลือก 2 ทาง ข้อดีข้อเสียดังนี้" จบลงที่ทะเลาะกันเพราะคนพูดไม่ได้ต้องการคนแก้ปัญหา ต้องการแค่คนฟัง
สรุปสั้นๆ ทั้งห้าอาการนี้ โฟกัสของคนฟังยังอยู่ที่คนฟัง ไม่ได้อยู่ที่คนพูด
แล้วควรฟังอย่างไร? ตอบสั้นๆเช่นกันครับ ฟังให้โฟกัสของเราอยู่กับคนที่กำลังพูด 'ฟัง' ว่าเขากำลัง 'พูด' อะไร?
ถ้าทักษะการฟังมันยาก หรือเวลาที่จะตั้งใจฟังไม่มี ปัจจุบันเรามีเครื่องมือองค์กร เช่น Happily.ai จะคอยถามทุกคนอยู่เสมอว่าอยากให้หัวหน้า ‘ฟัง’ เรื่องอะไรบ้าง
แถมยังมี AI คอยช่วยกลั่นกรองเฉพาะเรื่องที่ควรฟังจริงๆ (เช่น ถ้าไม่ฟังเรื่องนี้หนูจะลาออกแล้วนะ) และข้ามขั้นไปถึงให้คำแนะนำหัวหน้าด้วยว่าควรทำอย่างไร
เช่น “สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกน้องเปรยเรื่องนี้เป็นครั้งที่สามแล้วนะ เพื่อนร่วมงานก็เริ่มเห็นความผิดปกติบางอย่าง ยูควรหาเวลาสัก 15 นาที คุยดูว่ามีเรื่องอะไรในใจมากหรือเปล่า ยังไม่ต้องได้คำตอบก็ได้ แต่ควรหาเวลาฟังเขาสักหน่อย”
คนฟังไม่ได้ ให้ AI ฟังก็ยังดีครับ