ให้โค้ชเป็นของขวัญ

Dr. Thun Thamrongnawasawat
Dr. Thun Thamrongnawasawat
Published on: 10 March 2026
ให้โค้ชเป็นของขวัญ

เพิ่งเจอน้องคนนึงซึ่งไม่ได้พบกันนานแล้ว ในงานเลี้ยงของสลิงชอท

ถามไถ่ทักทายกัน เขาบอกว่า “ยังจำคำถามพี่ธัญได้ อยากเห็นตัวเองเป็นยังไงในอนาคต?”

คำถามสั้นๆดูเหมือนไม่มีอะไร แต่เจ้าตัวบอกว่าเป็นจุดหักเหในชีวิตเลยทีเดียว จากวันนั้นถึงวันนี้ น่าจะสิบกว่าปีแล้ว

หากเปลี่ยนคำถามเป็น "เมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณเป็นอย่างไร?" ภาพเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา คงอธิบายได้ชัดเจนกว่าภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า

แต่อะไรสำคัญกว่า? การรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราเมื่อห้าปีที่แล้ว หรืออะไรจะเกิดขึ้นกับเราในอีกห้าปีข้างหน้า? คำตอบทุกคนน่าจะตรงกัน อนาคตสิ สำคัญกว่าอดีต

แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ใช้สมองคิดเรื่องที่ "สำคัญ" น้อยกว่า? คิดทั้งๆที่เรารู้ว่าการมีแผนอนาคตชัดเจนนั้นประสบความสำเร็จมากกว่า

ตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ คิดเรื่องอดีตมัน "ง่าย" กว่า

หากคุยในมุมของศาสตร์ด้านสมอง สิ่งที่สมองชอบคือ ความชัดเจน (Certainty) เพราะมันประหยัดพลังงานสมองมากกว่าความคลุมเครือ อดีตชัดเจนกว่าอนาคต ดังนั้น สมองของเราจึงชอบคิดเรื่องอดีตมากกว่าอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ลองคิดถึงสนามหญ้ากว้างๆที่ีมีทางเดินทำไว้อยู่แล้ว กับสนามที่ไม่มีทางให้เดิน อย่างไหนใช้พลังงานสมองในการเดินมากกว่ากัน เห็นภาพไหมครับ?

เทคนิคในการเอาชนะสมองคือ เล่นตามเกมของสมอง หากสมองเราไม่ชอบอนาคตเพราะมัน "ไม่ชัดเจน" กลยุทธ์คือ เพิ่มความชัดเจนให้กับสมองในการคิดถึงอนาคต

ความชัดเจนนั้นก็คือ "โค้ช"

หน้าที่ของโค้ชคืออะไร? ให้กำลังใจ ช่วยจัดระเบียบความคิด ยกตัวอย่างความสำเร็จและบทเรียนของคนที่เคยก้าวไปก่อนหน้าคุณ หาทางให้คุณมีมุมมองและเกิดความคิดใหม่ๆ สนับสนุนให้คุณวาดภาพอนาคตของตนเอง รวมไปถึงการวางบันไดไปสู่ภาพนั้นทีละขั้น

ยิ่งในยุค AI เรารู้ว่าสมองมนุษย์มีศักยภาพมากมายมหาศาล แต่มนุษย์มีความสามารถในการบริหารจัดการมันได้ค่อนข้างแย่ น้อยคนสามารถควบคุมความคิดตัวเองได้ ตัวอย่างเช่น พยายามทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและพฤติกรรม รู้สึกแย่เวลาถูกตำหนิ ย้ำคิดย้ำทำในเรื่องลบๆ

สมองของเราเปรียบเสมือนเพชรก็จริง แต่เป็นเพชรที่ยังขาดการเจียรไน และผู้ที่จะมาช่วยเราเจียรไนก็คือ “โค้ช”

สมองส่วนหน้าของเรา คือสมอง 'นักบริหาร' (executive brain) มีหน้าที่หลักๆคือ การคิดวิเคราะห์ การคิดเป็นเหตุเป็นผล การวางแผน การพิจารณาปัญหาเพื่อการตัดสินใจ สมองส่วนนี้ของ

มนุษย์ 'อายุน้อย' เมื่อเทียบกับสมองส่วนอื่นๆ แต่มันใชพลังงานมากที่สุด ในการทำงาน

แต่มันมีประสิทธิภาพจำกัด บางทีเช้าๆเราคิดได้ดี เย็นๆเราคิดได้ค่อนข้างแย่

สมองส่วนบริหารเหนื่อยง่าย หากผู้นำใช้มันอย่างฟุ่มเฟือย เช่น แทนที่จะทำงานวางแผนหรือวิเคราะห์ปัญหาก่อน กลับเช็คอีเมล์หรือคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องตั้งแต่เช้า พลังงานสมองของคุณก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว ถ้ารู้สึกว่ายังไม่พ้นครึ่งวันเลยเทำไมง่วง คิดอะไรไม่ค่อยออก ฟังนาย(หรือลูกน้อง)พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง อาจเป็นสัญญาณว่าสมองส่วนนี้ของคุณกำลังแบตหมดก่อนเวลาอันควร

และสมองส่วนนี้ 'กินไฟ' อย่างมากในการทำงาน พลังงานของสมองคือ ออกซิเจน และน้ำตาล การขาดนอนอย่างสม่ำเสมอและสะสมเป็นผลลบต่อสมอง การขาดน้ำตาล (จากอาหาร) เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความล้า อย่าปล่อยให้สมองตกอยู่ในสภาพ 'ไร้ทางออก' นานเกินไป ตัดสินใจแล้วให้รีบทำ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดมาก สมองไม่ได้ถูกดีไซน์ไว้ให้รับมือกับความเครียดเรื้อรัง

ข้อจำกัดเหล่านี้ เป็นเหตุผลว่าทำไมการที่ผู้นำมีโค้ช จึงมีประโยชน์มากมาย

ปีนี้ ลองให้ของขวัญตัวเองหรือคนใกล้ตัว เป็นโค้ชสักคน

เสริมทักษะของ Augmented Leadership นอกเหนือจากการฝึกใช้ AI อย่างเดียวครับ

Back