Make Invisible Visible
“เพื่อเป็นโรงแรม Green เราตั้งเป้าการลดค่าไฟฟ้าให้ได้ 30%” คุณลิลลี่ เจ้าของโรงแรม Phuket Cannacia Resort & Spa กล่าวกับคนเรียน เรากำลังอยู่ในหลักสูตร OSI: Innovating Inside-Out กับผู้บริหารเอเชียกว่า 30 ท่าน
“แต่จะทำอย่างไรล่ะ? แผนกช่างปรับทุกอย่างแล้ว ก็ลดไปได้ประมาณ 10% แล้วที่เหลือจะทำอย่างไรต่อ” เธอเล่าถึงสถานการณ์ขณะนั้น
“คำตอบไม่ได้อยู่ในระบบ แต่คำตอบอยู่ใน ‘นิสัย’ของคน หากเราเปลี่ยนพฤติกรรมของคนได้ เราเชื่อว่าจะได้ตามเป้าที่วางไว้”
วิธีที่ Phuket Cannacia เลือกใช้คือ Make Invisible Visible
ทางโรงแรมตัดสินใจซื้อแพลตฟอร์มการแสดงค่าไฟฟ้า ทำให้หัวหน้าแผนกทุกฝ่ายสามารถเช็คข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ว่า ขณะนี้โรงแรมกำลังใช้ไฟฟ้าเท่าไหร่
“เท่านั้นแหละค่ะอาจารย์ พนักงานเปลี่ยนนิสัยไปเป็นคนละคน” คุณลิลลี่เล่าพลางหัวเราะพลาง ทุกคนตื่นเต้นและตื่นตัวอย่างมากกับการหาวิธีช่วยลดค่าไฟ สนุกกับการได้เห็นตัวเลขลดลงตามเป้า จาก 10% เป็น 20% เป็น 25% จนถึง 30% ในเวลาเพียงไม่ถึงปี นับตั้งแต่ลงระบบ
แผนกช่าง แผนกห้องพัก แผนกครัว สุมหัวกันได้ไอเดียออกมาหลายอย่าง เช่น ปรับเวลาการล้างสระว่ายน้ำและรดน้ำสนาม ให้พ้นจากช่วงพีคเรต เป็นการลดโหลดค่าไฟ
ส่วนแผนกต้อนรับก็ไม่น้อยหน้า เสนอความคิดว่าควรจัดกิจกรรมเพื่อดึงแขกออกจากห้องพัก เช่น ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เล่นน้ำในสระ ไปจนถึงจัดรถ รับ-ส่ง ให้เที่ยวในเมืองภูเก็ต ลดการใช้แอร์
ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง
- Make invisible visible ปัญหาของการชักชวนให้พนักงานช่วยลดไฟฟ้าคือ พลังงานเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น เมื่อไม่เห็นสมองมนุษย์ก็ไม่รับรู้ เมื่อไม่รับรู้ก็ไม่สำคัญที่จะทำ ข้อดีในยุค Augmented Leadership คือเราสามารถทำสิ่งที่มองไม่เห็นให้เห็นได้ สมัยก่อน มีเพียงสำนักงานไฟฟ้าเท่านั้นที่จะได้เห็นข้อมูลการใช้แบบเรียลไทม์ สมัยนี้ เพียงค่าใช้จ่ายรายพันบาทต่อเดือน คนส่วนใหญ่ก็สามารถสัมผัสกับข้อมูลด้วยตา
- Tap into People Potential เรื่องที่คนฟังในห้องถามคำถามกันมากที่สุดคือ ทำอย่างไรพนักงานจึงมีส่วนร่วมกันขนาดนี้ คุณลิลลี่บอกว่า ทั้งเธอและพี่สาวคือคุณจูดี้ ต่างทำงานกับทุกคนแบบครอบครัว “I take care of their family, and they take care of mine” เมื่อผู้บริหารพบปัญหาอะไรก็ไม่ได้คิดว่าเรารู้ดีกว่า แต่นำโจทย์ไปปรึกษาร่วมกันกับทีม หน้าที่ของผู้นำจึงเปลี่ยนจาก ‘ผู้เข็น’ เป็น ‘ผู้ดึง’ ต้องคอยปรามๆพนักงานไม่ให้แก้ปัญหาแบบดุดันเกินไป เช่น มีคนเสนอให้ปิดแอร์ทั้งวันเพื่อประหยัดไฟ แต่เธอบอกว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้น เวลาบ่ายๆตอนแดดเปรี้ยงก็เปิดได้ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการสร้างปัญหาอื่นแทน นั่นคือพนักงานไม่สบาย ทำงานไม่ได้เพราะอากาศร้อนเกิน
- Give Purpose and Power ผมสรุปให้คนในห้องฟังว่า เคสความสำเร็จของ Phuket Cannacia นี้มิใช่แค่การใช้ไฟฟ้า แต่เขาสามารถทำสิ่งที่ Invisible อย่าง Purpose ให้กลายเป็นสิ่งที่ Visible จับต้องได้ เมื่อพนักงานในทีมทุกคนรู้ว่าเป้าหมายของโรงแรม รู้เป้าประสงค์ของเจ้าของว่ามิใช่เพียงผลกำไร แต่เป็นการสร้าง Value สร้างอนาคตให้กับเกาะภูเก็ต ให้กับบ้านของทุกๆคน เมื่อเขาเห็นหัวหน้า แบกกระเป๋าบรรจุถุงผ้า บรรจุปิ่นโต แทนการรับถุงพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง เมื่อเขาได้ยินผู้จัดการสั่งให้เลือกอาหารจากร้านค้าที่ไม่ใช้กล่องโฟมเท่านั้น Purpose จึงกลายเป็นรูปธรรม
ทั้งแม่บ้าน ทั้งฟร้อนท์ บอกผมว่า “เดี๋ยวนี้หนูก็ไม่รับถุงพลาสติก ไม่รับกล่องโฟม ถือแล้วรู้สึกผิด ตอนนี้เลยแบกทั้งกระบอกน้ำ แบกทั้งถุงผ้า แบกทั้งกล่องข้าวเหมือนกับคุณจูดี้และคุณลิลลี่เลยค่ะ”
อยากสร้างความเปลี่ยนแปลงในยุคผู้นำกับเทคโนโลยี ลอง Make the invisible visible กันไหมครับ?